Home / ความรู้-สุขภาพ / วิธีการปลูก และดูแล กาแฟอาราบิก้า

วิธีการปลูก และดูแล กาแฟอาราบิก้า

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทำจากเมล็ดซึ่งได้จาก ต้นกาแฟ หรือมักเรียกว่า เมล็ดกาแฟ คั่วมีการปลูกต้นกาแฟในมากกว่า70ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว (กาแฟซึ่งยังไม่ผ่านการคั่ว)เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรซึ่งมีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก กาแฟมีส่วนประกอบของคาเฟอีน ทำให้มีสรรพคุณชูกำลังในมนุษย์ ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

ลักษณะดิน :ดินมีความอุดมสมบูรณ์ชั้นดินลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร มีความเป็นกรดด่าง 5.5-6.5 และระบายน้ำดี สภาพภูมิอากาศ :มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง15-25องศาเซลเซียสความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 60% แหล่งน้ำ: อาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติ ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,500 มิลลิเมตรต่อปี มีการกระจายของฝน 5-8 เดือน มีแหล่งน้ำสะอาดและมีปริมาณพอที่จะให้น้ำได้ตลอดช่วงฤดูแล้ง

พันธุ์ พันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ เป็นพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคราสนิม มีลักษณะต้นเตี้ย ข้อสั้น ผลผลิตสูงสม่ำเสมอ

การปลูก ต้นกล้าอายุตั้งแต่ 8-12 เดือนหรือ มีใบจริงไม่น้อยกว่า 4-5 คู่ ระยะปลูก 2×2 เมตร ขนาดหลุมปลูก 50x50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟตอัตรา 100 กรัม/หลุม และปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม/หลุม ปลูกภายใต้สภาพร่มเงา โดยใช้ไม้โตเร็ว ได้แก่ ถั่วหูช้าง, พฤกษ์,ถ่อน, กางหลวง, สะตอ, เหรียง, ซิลเวอร์โอ๊ก สามารถปลูกร่วมกับไม้ผลยืนต้น เช่น บ๊วย ท้อ มะคาเดเมียนัท

การดูแลรักษา การตัดแต่งกิ่ง: การตัดแต่งแบบต้นเดี่ยวของอินเดีย(Indiansinglestempruning)หรือการตัดแต่งแบบทรงร่ม(Umbrella)เป็นวิธีการที่ใช้กับกาแฟอาราบิก้าที่ปลูกภายใต้สภาพร่มเงาโดยมีขั้นตอนดังนี้

1.เมื่อต้นกาแฟเจริญเติบโตจนมีความสูง90เซนติเมตร ตัดยอดให้เหลือความสูงเพียง75เซนติเมตร
2.เลือกกิ่งแขนงที่1(primary branch) ที่อ่อนแอทิ้ง 1 กิ่งเพื่อป้องกันยอดฉีกกลาง และต้องคอยตัดยอดที่ จะแตกออกมาจากโคนกิ่งแขนงของลำต้นทุกยอดทิ้งและกิ่งแขนงที่ 1จะให้ผลผลิต 2-3 ปีก็จะแตกกิ่งแขนงที่2(Secondarybranch)กิ่งแขนงที่3(terriarybranch)และ กิ่งแขนงที่4(quarternarybranch)ให้ผลผลิตช่วง 1-8 ปี
3.เมื่อ
ต้นกาแฟให้ผลผลิตลดลงต้องปล่อยให้มีการแตกยอดออกมาใหม่1ยอดจากโคนของกิ่งแขนงที่1ที่อยู่สูงสุดหรือถัดลงมาและเมื่อยอดสูงไปถึงระดับ170ซม.ตัดให้เหลือความสูงเพียง150เซนติเมตรตัดกิ่งแขนงที่1ที่อยู่สูงสุดให้เหลือเพียง1กิ่งซึ่งจะสามารถให้ผลผลิตต่อไปอีก8-10ปี

การตัดแต่งแบบหลายลำต้น(Multiple stem pruning system) วิธีการนี้ใช้กับต้นกาแฟอาราบิก้าที่ปลูกกลางแจ้งโดยทำให้เกิดต้นกาแฟหลายลำต้นจากโคนต้นที่ถูกตัดแต่คัดเลือกเหลือเพียง2ลำต้นซึ่งมีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

1.เมื่อต้นกาแฟสูงถีง69เซนติเมตรให้ตัดยอดให้เหลือความสูงเพียง 53 เซนติเมตร เหนือพื้นดินมียอดแตกออกมาจากข้อโคนกิ่งแขนงที่1จากคู่ที่อยู่บนสุด2ยอดจะต้องตัดกิ่งแขนงที่1ทิ้งทั้ง2ข้าง 2.ปล่อยให้ยอดทั้ง 2 ยอดเจริญเติบโตขึ้นไปทางด้านบน ในขณะเดียวกันกิ่ง แขนงที่1ที่อยู่ต่ำกว่าความสูง 53 เซนติเมตร เริ่มให้ผลผลิต 3.กิ่งแขนงที่1ซึ่งอยู่ต่ำกว่าความสูง53เซนติเมตรจะถูกตัดทิ้งหลังจากที่ให้ผลผลิตแล้วในขณะเดียวกันกิ่งแขนงที่1ที่อยู่ระดับล่างๆของลำต้นทั้งสองก็เริ่มให้ผลผลิต 4.ต้นกาแฟที่เจริญเป็นลำต้นใหญ่2ลำต้นจะสามารถให้ผลผลิตอีก2-4ปีและขณะเดียวกันก็จะเกิดหน่อขึ้นมาเป็นลำต้นใหม่อีกบริเวณโคนต้นกาแฟเดิมให้ปล่อยหน่อที่แตกใหม่เจริญเป็นต้นใหม่ตัดให้เหลือเพียง3ลำต้น 5.ให้ตัดต้นกาแฟเก่าทั้ง2ต้นทิ้งและเลี้ยงหน่อใหม่ที่เจริญเป็นต้นใหม่ซึ่งจะสามารถให้ผลผลิตได้อีก2-4ปีแล้วจึงตัดต้นเก่าเพื่อให้แตกต้นใหม่อีก

การให้น้ำ พื้นที่ปลูกที่เหมาะสมส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูงระดับตั้งแต่ 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไปซึ่งจะอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีมากกว่า 1,500 มิลลิเมตร และมีการกระจายของฝนตั้งแต่ 5-8 เดือน ในรอบ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีสภาพอากาศหนาวเย็นความชื้นสูงจึงทำให้ไม่จำเป็นต้องอาศัยระบบการให้น้ำกับต้น กาแฟ นอกจากนี้หากปลูกกาแฟร่วมกับไม้ผลยืนต้น หรือปลูกกาแฟภายใต้สภาพร่มเงากับไม้ป่าโตเร็วรวมถึงการคลุมโคนต้น ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ปลูกไม่ต้องพึ่งพาระบบชลประทาน

การคลุมโคนต้นกาแฟ การคลุมโคนต้นกาแฟมีประโยชน์มากโดยเฉพาะในช่วงที่สวนกาแฟ ประสบภาวะแห้งแล้ง ซึ่งจะช่วยไม่ให้กาแฟทรุดโทรมหรืออาจถึงตาย เนื่องจากขาดความชื้นในอากาศและในดิน นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันวัชพืชที่จะเกิดในแปลงกาแฟในขณะที่ทรงพุ่มกาแฟยังไม่ชิดกันและเป็นการป้องกันการพังทลายของดินเมื่อเกิดฝนตกหนัก ข้อควรระวังการคลุมโคนเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูกาแฟ การคลุมโคนกาแฟ ควรคลุมโคนให้ห่างจากต้นกาแฟประมาณ 10-20 ซม. เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูกาแฟกัดกระเทาะเปลือกกาแฟหรือไม่ให้เกิดอันตรายกับโคนต้นกาแฟในระหว่างที่วัสดุคลุมโคนเกิดการย่อยสลายได้ โดยคลุมโคนให้กว้าง 1 เมตร และหนาไม่ต่ำกว่า 10 ซม.

การให้ปุ๋ย กาแฟเป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยค่อนข้างสูงโดยเฉพาะช่วงระยะเวลาเริ่มออกดอก ติดผลหากขาดปุ๋ยในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งความชื้นในดินและในดอกกาแฟน้อย และอุณหภูมิสูงกาแฟจะแสดงอาการเป็นโรคยอดแห้ง(Die back) ไม่เจริญเติบโต และตายในที่สุด

สำหรับธาตุอาหารที่ต้นกาแฟต้องการมีอยู่ 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มธาตุอาหารหลัก ได้แก่ N P K(Primarynutrients) 2.กลุ่มธาตุอาหารรอง ได้แก่ Ca Ng S (secondarynutrients) 3.ธาตุอาหารจุลธาตุ ได้แก่ Fe Mn Zn Cu B Mo และ Cl

หมายเหตุ: 1.ในกรณีที่พืชแสดงอาการขาดธาตุอาหารหลักหรือธาตุ อาหารรอง ให้ใส่ปุ๋ยที่เป็นธาตุอาหารหลัก เพิ่มขึ้นหรือธาตุอาหารรอง เสริมซึ่งมีทั้งในรูปปุ๋ยเม็ดหรือปุ๋ยเกล็ด ที่ฉีดพ่นทางใบ โดยคำนึงถึงลักษณะของดินและความชื้นในดินในขณะที่ใส่ 2.ระยะเวลาในการใส่ปุ๋ยกาแฟอาราบิก้า ขึ้นอยู่กับระดับ ความสูงของสถานที่ปลูก ซึ่งจะมีผลต่ออายุ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *