Home / ข่าววันนี้ / ธารน้ำใจหลั่งไหล หลังนร.หญิง ม.4 เขียนจดหมายวิงวอนช่วยเหลือ ตั้งแต่เกิดมาบ้านยังไม่มีไฟฟ้า

ธารน้ำใจหลั่งไหล หลังนร.หญิง ม.4 เขียนจดหมายวิงวอนช่วยเหลือ ตั้งแต่เกิดมาบ้านยังไม่มีไฟฟ้า

จากกรณี น.ส. สุชาดา หวังแก้ว บ้านเลขที่ 89 หมู่1 ตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เขียนจดหมายเล่าประวัติตัวเองและครอบครัวขอความช่วยเหลือไปยังชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช โดยข้อความในจดหมายระบุว่า

ประวัตินางสาวสุชาดา หวังแก้ว หนูชื่อสุชาดา หวังแก้ว อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ที่ 1 ตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช หนูเรียนอยู่โรงเรียนทรายขาววิทยาสมาชิกในครอบครัวอยู่กัน 3 คนมีพ่อ หนูและน้อง หนูเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนบ้านทรายขาววิทยา น้องเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหัวค่าย พ่อมีรายได้ไม่แน่นอนพ่อทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินให้หนูและน้องเรียนหนังสือ สภาพที่อยู่อาศัยไม่มีประตูหน้าต่าง ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวก ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง เมื่อมาโรงเรียนหนูต้องให้ลุงมาส่ง เมื่อทำการบ้านหนูต้องทำตั้งแต่ตอนเย็นบางครั้งต้องทำตอนค่ำก็ต้องไปทำบ้านป้า ครอบครัวหนูมีฐานะยากจนไม่มีรายได้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่หนูเป็นเด็กดีขยันเรียนมีความอดทน และช่วยเหลือครอบครัวหนูมีความตั้งใจเรียนต่อให้สูงขึ้น ถึงแม้นที่บ้านหนูจะลำบาก ลงชื่อ“สุชาดา หวังแก้ว” และนำออกเผยแพรทางสื่อโชเซี่ยล จนเกิดกระแสการช่วยเหลือครอบครัวนางสาวสุชาดา หวังแก้ว อย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 20 ก.ค. นายธนาวุฒิ บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาร่วมใจ และสมิกชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเข้าไปตรวจสอบและช่วยเหลือครอบครัว น.ส.สุชาดา เป็นคนแรก ได้นำผู้สื่อข่าวจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้เดินทางลงพื้นที่ไปเยี่ยมครอบครัวของนางสาวสุชาดา โดยได้พบกับ น.ส.สุชาดา หวังแก้ว และนายสาคร หวังแก้ว อายุ 43 ปีพ่อของ น.ส.สุชาดา กำลังปรับพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้างบ้านหลังใหม่ ในขณะที่น้องสาวซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนโรงเรียนบ้านหัวค่าย มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดนอนพักผ่อนอยู่ในมุ่งครอบ โดยมีคุณครูอารี แก้วศรีจันทร์ คุณครูที่ปรึกษาของ น.ส. สุชาดา หวังแก้ว และครอบครัว ได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อรับน้องสาวของ น.ส.สุชาดา ไปพบแพทย์ที่คลีนิคในตลาด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

นายสาคร หวังแก้ว กล่าวว่า หลังจากเรื่องราวของ น.ส.สุชาดา บุตรสาวถูกเปิดเผยทางสื่อมวลชน ได้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือโดยมอบสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสารอาหารแห้งมามอบให้ครอบครัวตนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทางนายวิทยา แก้วรอด อำเภอหัวไทร และเจ้าหน้าที่ พม.นครศรีธรรมราช กำนัน ต.ทราบขาว ได้เดินทางมาเยี่ยมเมื่อพบว่าบ้านตนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้ประสานงานให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.หัวไทร มาต่อไฟฟ้าให้บานของตนโดยกำนัน ต.ทรายขาว ช่วยออกค่าใช้จ่ายซื้อสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ทำให้บ้านตนมีไฟฟ้าใช้เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี สร้างความดีใจให้กับตนและลูกทั้ง 2 คนเป็นอย่างมาก เพราะจะได้ทำการบ้านและอ่านหนังสือได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มีผู้ใจบุญในเครือข่ายชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร นำรถ จยย.ใหม่เอี่ยมมามอบให้ 2 คันเพื่อให้ลูกสาวทั้งสองคนปั่นไปโรงเรียน

แม้ครอบครัวของตนจะมีฐานะยากจน โดยตนเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องสู้ทนเลี้ยงลูกสาวมานาน 12 ปี ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสาวทั้งสอคนได้เรียนหนังสือ ซึ่งการออกทำงานรับจ้างก่อสร้างและรับจ้างทั่วไปโดยตามปกติงานก่อสร้างนายจางจะจ่ายเงินค่าจางเป็นวิก ๆ ละ 15 วัน แต่ตนขอค่าจ้างเป็นรายวันเพราะต้องนำเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือนรวมทั้งให้ลูกทั้งสองคนไปโรงเรียน ทางนายจ้างก็ใจดีให้เบิกเป็นรายวัน และเงินทุกบาทตนใช้จ่ายอย่างประหยัดอย่างที่สุด

ทางด้านคุณครูอารี แก้วศรีจันทร์ คุณครูที่ปรึกษาของ น.ส. สุชาดา หวังแก้ว กล่าวว่า เรื่องราวของ น.ส.สุชาดา และครอบครัวถูกเปิดเผยขึ้นจากการที่ตนให้เด็กนักเรียนในห้องทุกคนเขียนเรียงความประวัติของตัวเองและครอบครัว น.ส.สุชาดา ได้เขียนเรียงตามมา 1 หน้ากระดาษ เมื่อตนอ่านก็รู้สงสาร น.ส.สุชาดา และครอบครัว จึงเดินทางมาเยี่ยมบ้านพบว่ามีความเป็นอยู่ที่ขาดแคลนและลากเป็นอย่างมาก จึงขอความช่วยเหลือไปยงกล่มลูกศิษย์ที่ทำงานอยู่ตามที่ต่าง ๆ เขาก็ส่งเงินมาช่วยเหลือ และตนยังได้ขอทุนการศึกษาของโรงเรียนให้ น.ส.สุชาดา 1 ทุน ๆ ละ 1,500 บาท/ปี โดย น.ส.สุชาดา และน้องสาว บอกว่าทั้งสองไม่มีแม่ ทั้งสองขอเป็นลูกสาวตนได้ไหม ตนจึงตกลงรับทั้งสองเป็นลูกบุญธรรมโดย น.ส.สุชาดา และน้องสาวเรียกตนว่า“แม่ครู” ต่อมาตนและได้ส่งจดหมายของ น.ส.สุชาดา ให้กับมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร เพื่อขอความช่วยเหลืออีกทางหนึ่งจนกระทั้งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวจนมีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

ซึ่ง น.ส.สุชาดา เป็นคนไม่ค่อยพูด มีความประพฤติเรียบร้อย ขยันเรียน ไม่เคยติดศูนย์เลยตังแต่ ม.1-ม.4 ได้เกรดเฉลี่ยในเทอมที่ผ่านมา 2.76 ทั้ง ๆ บ้านขาดแคลนหลาย ๆ อย่างไฟฟ้าก็ไม่มีใช้โดยมั่นใจว่าหากมีความพร้อมเหมือนนักเรียนคนอื่น ๆ น.ส.สุชาดา และน้องสาวจีผลการเรียนดีขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอนสำหรับการช่วยเหลือแยกออกเป็น 2 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่องเงินทุนการศึกษาของ น.ส.สุชาดา และน้องสาว ตนและ ผอ.โรงเรียนและครูโรงเรียนทรายขาววิทยาอีกท่านหนึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ ส่วนเรื่องการสร้างบ้านใหม่มอบให้เป็นมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทรรับผิดชอบ หากมีผู้ใจบุญประสานมาและความประสงค์ในการบริจาคเงินสมทบสร้างบ้านให้ น.ส.สุชาดา ตนก็จะแจ้งให้ติดต่อประสานงานและสอบถามรายละเอียดไปยังมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร 089-7351524 ตนและ ผอ.รวมทั้งคุณครูอีกท่านจะช่วยดูแลเรื่องเงินทุนการศึกษาให้อย่างใกล้ชิด”คุณครูอารีย์ กล่าว

โดย น.ส. สุชาดา หวังแก้ว กล่าวว่า ด้วยความยากจน ฐานะลำบากแร้นแค้นพ่อเคยคิดสั้นจะฆ่าตัวตายโดยการดื่มยาพิษให้เสียชีวิตทั้งครอบครัวมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน แต่โชคดีที่พ่อลุกขึ้นมาสู้ชีวิตอย่างเด็ดเดี่ยว จนทำให้มาถึงวันนี้ที่ดีกว่าวันที่ผ่าน ๆมา ซึ่งตอนนี้บ้านหนูมีไฟฟ้าใช้และทราบว่าผู้ใจบุญกำลังรวบรวมเงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ที่มั่นคง แข็งแรงให้กับครอบครัวตน ทำให้ตนและพ่อรวมทั้งน้องสาวดีใจเป็นอย่างมาก และขอขอบพระคูรผู้ใหญ่ใจดีทุกคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวขอหนู และหนูขอสัญญาว่าจะเป็นคนดี ตั้งใจเรียนหนังสือโดยมีเป้าหมายในการประกอบอาชีพเป็นครูให้จนได้

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่าได้มีมูลนิธิซำปอกง (หลวงพ่อโต) และพระโพธิสัตว์กวนอิมทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้ติดต่อประสานงานกับคุณครูอารีย์ แจ้งความประสงค์จะก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์มูลค่า 1 แสนบาทให้กับครอบครัว น.ส.สุชาดา โดยทางคุณครูอาร์ ได้แจ้งให้ประสานงานติดต่อกับมูลนิธิประชาร่วมใจและชมรมกู้ชีพ-กู้ภัย อ.หัวไทร 089-7351524 เพื่อดำเนินการตามความประสงค์ โดยคาดว่าจะทำการก่อสร้างและติดตั้งบ้านน็อคดาวน์ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งข่าคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

ที่มา:siamnews.com

Check Also

หนุ่มช่วยคน ตอนน้ำท่วมใหญ่ ทำชีวิต เปลี่ยนไปตลอดกาล

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าเศร้า ที่ต้องขอวอนผู้ใจบุญทั้งหลายให้ความช่วยเหลืออีกครั้ง เมื่อเว็บไซต์ ejan เปิดเผยเรื่องจริงของชายคนหนึ่งที่ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล หลังเดินลุยน้ำเป็นเวลานาน 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่ เมื่อปี พ.ศ.2554 แต่กลับมีแผลติดเชื้อ จนต้องตัดขาของตัวเองออก วันที่ …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *