Home / ความรู้-สุขภาพ / เทคนิคขอไฟฟ้าลงพื้นที่ เพื่อใช้ในการเกษตร ขอได้ง่ายขึ้น

เทคนิคขอไฟฟ้าลงพื้นที่ เพื่อใช้ในการเกษตร ขอได้ง่ายขึ้น

ชาวเกษตรกรที่มีไร่นาต้องดูแล ก็มีความจำเป็นที่จะใช้ไฟฟ้าในไร่นา ในสวนของตัวเอง แต่การใช้ไฟสำหรับการทำเกษตรนั้น ไม่เหมือนกับการขอใช้ไฟตามบ้านเรือนเพื่อที่อยู่อาศัย มันมีความแตกต่างกันอยู่ วันนี้เราจะพามาดูขั้นตอนในการขอไฟเกษตร เพื่อนำมาใช้ในไร่นา หรือสวนของเรา ว่าต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะมีไฟใช้ในสวนได้


ไฟเกษตร คืออะไร?
หลายคนอาจจะสงสัย หรือไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าจะมีคำว่า “ไฟเกษตร” สำหรับคำนี้ มีความหมายคือ เป็นการนำไฟฟ้าไปใช้ในสวนของเกษตรกร สำหรับการทำเกษตร

ผู้ที่ต้องการขอใช้ไฟฟ้าสำหรับทำการเกษตร จะต้องมีคุณสมบัติครบ ตรงตามกำหนดของการไฟฟ้า ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์เพื่อเข้าโครงการทั้งหมด 9 ข้อ ดังนี้




1. ต้องได้รับหนังสือรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจะเป็นหน่วยราชการ ไว้สำหรับยืนยันว่า ที่บริเวณนี้ที่เราใช้ทำการเกษตร ไม่อยู่ในพื้นที่หวงห้ามของทางราชการ

2. ต้องทำการระบุแหล่งน้ำที่จะใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตรได้อย่างชัดเจน ในพื้นที่ที่ขอใช้ไฟฟ้า เช่น คลองชลประทาน หรือแหล่งน้ำใต้ดิน

3. ต้องทำเรื่องของหนังสือรับรองจากองค์กรปกครองท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการ ในการยืนยันขนาดของพื้นที่และชนิดของกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรที่เราต้องการจะขอใช้ไฟฟ้า

4. จะต้องเป็นพื้นที่ที่สามารถดำเนินการก่อสร้างระบบจำหน่ายโดยวิธีปักเสาพาดสายเข้าไปในจุดที่ขอใช้ไฟฟ้าได้

5. พื้นที่ทำการเกษตรที่เราจะขอใช้ไฟเกษตร จะต้องมีเส้นทางสาธารณะ ที่รถยนต์สามารถวิ่งผ่านได้สะดวก การจราจรเข้า-ออก ไม่ลำบาก

6. ค่าใช้จ่าย ในการขยายเขตต่อราย เฉลี่ยไม่เกิน 50,000 บาท (โดย PEA. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการขยายเขต)

7. สามารถออกใบแจ้งหนี้ ค่ากระแสไฟฟ้ามิเตอร์เครื่องที่ 2 (ใหม่) โดยจะแจ้งเก็บเงิน ไปที่มิเตอร์เครื่องที่ 1 (เก่า) โดยทั้งสองมิเตอร์ จะต้องอยู่ในพื้นที่การไฟฟ้าเดียวกัน

8. เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่ขอติดตั้งมิเตอร์ ขนาดไม่เกิน 15 (45) แอมป์ ต่อ 1 ราย

9. ต้องมีเอกสาร/หลักฐานสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมาย ของพื้นที่ทำการเกษตร แต่ต้องไม่ใช่ที่ดิน ที่ถือครองโดยเอกชนรายใหญ่




เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว ต่อไปคือขั้นตอนในการขอไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เพื่อนำมาใช้ในสวน ทำการเกษตรของเรา เป็นขั้นตอนโดยละเอียดดังนี้

1. ให้เราถ่ายรูปที่พักอาศัยและห้องน้ำ รวมถึงสวนที่อยู่ติดบ้าน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการให้กรมอนามัยลงพื้นที่ตรวจสอบ และทำเอกสารรับรองการเป็นอยู่ของที่อยู่เรา ว่ามีการเป็อยู่ที่ถูกสุขลักษณะ

2. จากนั้นให้นำหนังสือไปยื่นเรื่องที่หน่วยงานรับผิดชอบ ในการขอบ้านเลขที่

3. เมื่อได้บ้านเลขที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ไปยื่นที่อำเภอต่อ เพื่อลงทะเบียนขอสำเนาทะเบียนบ้าน

4. จากนั้นนำเรื่องไปยื่นกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆเช่น อบต. หรือเทศบาลตามพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อทำการรับรอง

5. นำเอกสารไปยื่นไว้ที่การไฟฟ้าในอำเภอ เป็นการยื่นเรื่องไว้รอ เราต้องคอยติดตามถามเป็นระยะ ถึงความเป็นไปได้ที่จะได้ใช้ไฟฟ้าเข้าสวน หากมีเพื่อนอยู่ติดกัน 3 หลังขึ้นไป จะสามารถขอไฟได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรยื่นเอกสารรวมกัน แล้วนำไปยื่นพร้อมกันทั้ง 3 หลัง

คำแนะนำ : ในกรณีที่บ้านอยู่ไกลสวน จะต้องสร้างเพิงพักที่ดูมั่นคง รวมถึงห้องน้ำ เพื่อให้เห็นว่าเรามาอาศัยอยู่ถาวรในพื้นที่นี้จริงๆ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ก็ตาม




เอกสารที่ต้องเตรียม ในการขอไฟเกษตร
1. หนังสือรับรองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจะเป็นหน่วยราชการ

2. สำเนาทะเบียนบ้าน

3. สำเนาโฉนดที่ดิน

4. สำเนาบัตรประชาชน

ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอมิเตอร์ไฟฟ้า
– 5(15) แอมป์ 1,000 บาท

– 15(45) แอมป์ 6,450 บาท

– 15(45) แอมป์ 3 เฟส 21,350 บาท




หวังว่าบทความนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับเกษตรกรที่ต้องการนำไฟฟ้ามาใช้ในสวน ไม่มากก็น้อย ให้เข้าใจรายละเอียดและวิธีการต่างๆ รวมถึงทริคเล็กๆน้อยๆที่จะช่วยให้คุณสามารถขอไฟฟ้าใช้จากการไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *