Home / ข่าววันนี้ / กลางเดือนสิงหาคม 2563 รับเงินอีก 5,000 บาท 3 งวด

กลางเดือนสิงหาคม 2563 รับเงินอีก 5,000 บาท 3 งวด

ผู้ประกันตนมาตรา 33 เกือบ 6 หมื่นราย ที่เข้าข่ายว่างงานตามเงื่อนไขคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำลังจะได้รับเงินชดเชยรายได้จำนวน 5,000 บาท 3 งวด รวมเป็น 15,000 บาท

สำหรับเงื่อนไขในการรับเงินครั้งนี้ประกอบด้วย

1.ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 คือ ลูกจ้างที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปี และทำงานในสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็น “พนักงานเอกชน”

2.ผู้ประกันมาตรา 33 ดังกล่าวจะต้องเพิ่งว่างงาน และจ่ายเงิ นสมทบประกันสังคมไม่ถึง 6 เดือน ภายในเวลา 15 เดือนย้อนหลัง ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขการรับเงิ นทดแทนระหว่างว่างงานจากกองทุนประกันสังคม นอกจากนี้ยังไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด ในสัดส่วน 62% ของค่าจ้างรายวัน และไม่เคยได้รับเงินเยียวยาจากโครงการอื่นๆ ของภาครัฐเช่นโครงการเราไม่ทิ้งกันโครงการเยียวยากลุ่มเปราะบางเป็นต้น

นางพิศมัยนิธิไพบูลย์รองเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษก สปส. เปิดถึงความคืบหน้าของโครงการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้ ประกันสังคมมาตรา 33 กับพีพีทีวีออนไลน์ว่า ลูกจ้างที่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยรายได้ 15,000 บาทจำนวนเกือบ 6 หมื่นคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่“ยืนยันว่าขณะนี้มีข้อมูลและจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ที่แน่ชัดแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม”สาเหตุเกิดจากสำนักงานประกันสังคมได้คัดแยกรายชื่อออกมาแล้ว โดยคัดกรองจากกิจการที่มาขึ้นทะเบียนรับรองขอเงินชดเชยให้ลูกจ้างก่อนนี้แต่ก็มีผู้ประกันตนบางส่วนซึ่งเป็นส่วนน้อย ที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนทางสำนักงานประกันสังคมก็จะติดต่อขอข้อมูลกลับไป

โดยเงิน 15,000 บาท จะโอนเข้าบัญชีผู้ประกันตนได้ ไม่เกินกลางเดือนสิงหาคม 2563 สอ ดคล้องกับที่นายลวรณ แสงสนิทผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังโฆษกกระทรวงการคลัง ให้สัมภาณ์ไว้ก่อนหน้านี้สำหรับ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทั่วไปที่ส่งเงินสมทบมากกว่า 6 เดือน สามารถรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้ตามปกติโดยล่าสุดรัฐบาลได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ทดแทนระหว่างว่างงานแก่ประกันสังคมมาตรา 33 ในกรณีที่ถูกเลิกจ้างลาออกหรือสิ้นสุดระยะเวลาการจ้าง เป็นระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อรองรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

1.ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้างผู้ประกันตนจะได้รับเงินว่างงานในอัตรา 70% ของค่าจ้างรายวัน โดยได้รับไม่เกิน 200 วัน ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทินจากเดิมจะได้รับเงิ นทดแทนระหว่างว่างเงินกรณีถูกเลิกจ้างในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยปีละไม่เกิน 180 วัน

2.ผู้ประกันตนลาออก หรือสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างผู้ประกันตนจะได้รับเงินว่างงานในอัตรา 45% ของค่าจ้างรายวัน โดยได้รับไม่เกิน 90 วัน ภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทินจากเดิมจะได้รับเงินทดแทนระหว่างว่างงานกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญา 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย ปีละไม่เกิน 90 วันสำหรับกรณีที่ ประกันสังคมมาตรา 33 ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเห ตุตามข้อ 1 หรือเห ตุตามข้อ 1 และ 2 เกินหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 200 วันแต่ในกรณีขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเห ตุตามข้อ 2 เกินหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานทุกครั้งรวมกันไม่เกิน 90 วันสำหรับผู้ประกันตนมาตราอื่นได้แก่มาตรา 39 จำนวน 1.7 ล้านรายและมาตรา 40 จำนวน 3.4 ล้านรายแม้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเหมือนมาตรา 33 แต่ก็จะได้สิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ แทนดังนี้

ผู้ประกันตนมาตรา 39 คือ

ผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาก่อน และนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน โดยออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลาออกจากงาน ปัจจุบันมีผู้ประกันตนในระบบจำนวน 1,737,744 คนโดยผู้ประกันตนมาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ดังนี้เจ็บป่วยเสียชีวิต ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเค ราะห์บุตร และชราภาพ

ผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ

บุคคลทั่วไปที่มีอายุไ ม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไ ม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ทำอาชีพอิสระไม่มีนายจ้างมีผู้ประกันตนในระบบจำนวน 3,374,151 คนโดยผู้ประกันคนมาตรา 40 จะได้รับความคุ้มครอง 3-4-5 ขึ้นอยู่กับทางเลือก ดังนี้เงินทดแทนการขาดรายได้ ทุพพลภาพ ชราภาพ (บำเหน็จ) สงเคราะห์และเสียชีวิต

อ้างอิงจาก:กระทรวงการคลัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *