Home / Uncategorized / เกณฑ์การปฏิบัติเมื่อใบขับขี่หมดอายุ

เกณฑ์การปฏิบัติเมื่อใบขับขี่หมดอายุ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลและคนทั้งประเทศให้ความสนใจและติดตามกัน สำหรับใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับรถ คือเอกสารที่ กรมการขนส่งทางบกออกให้กับบุคคลเพื่อแสดงว่าได้สามารถขับขี่รถสัญจรบนท้องถนนได้ และเมื่อใบอนุญาตนี้หมดอายุลงก็ย่อมถือเป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่ทุกคนเช่นกันที่ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตใหม่หรือไป ต่อใบขับขี่ให้เรียบร้อย

อย่างไรก็ตามมีหลายๆ ข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติในการต่อใบขับขี่อย่างเช่นจะต้องมีการสอบใบขับขี่ใหม่หรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ซึ่งเราจะมาดูคำตอบในแต่ละประเด็นกัน

ใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน

สำหรับผู้ที่จะต่อใบขับขี่โดยทั่วไปซึ่งได้แก่ใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลทั้งใบขับขี่รถยนต์ใบขับขี่รถยนต์สามล้อและใบขับขี่รถจักรยานยนต์สามารถยื่นคำขอใบอนุญาตใหม่หรือทำการต่อใบขับขี่ได้โดยมีเงื่อนไขคือ

1.หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วไม่เกิน 1 ปี สามารถยื่นคำขอต่อใบขับขี่ได้เลย

2.หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่

3.หากใบขับขี่หมดอายุมาแล้วเกิน 3 ปี ต้องเข้ารับการอบรมสอบข้อเขียนใหม่และทดสอบขับรถใหม่ทั้งหมดรวมทั้งต้องยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมด้วย

สรุปได้ว่าเมื่อใบขับขี่หมดอายุควรจะทำการต่อใบขับขี่ให้เรียบร้อยภายในไม่เกิน 1 ปีนั่นเอง

ใบขับขี่หมดอายุค่าปรับเท่าไหร่

กรณีใบขับขี่หมดอายุ ไม่มีการเสียค่าปรับเมื่อไปทำการต่อใบขับขี่แต่จะมีบทลงโทษหากขับขี่รถในขณะที่ใบขับขี่หมดอายุซึ่งมีอัตราค่าปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท

ต่อใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง

สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อใบขับขี่คือ

1.ใบขับขี่เดิม หรือใบแทน

2.บัตรประชาชนฉบับจริง

3.ใบรับรองแพทย์(แล้วแต่กรณี)

ใบขับขี่หมดอายุต่อล่วงหน้าได้หรือไม่

ในกรณีที่ต้องการต่อใบขับขี่ก่อนวันหมดอายุ หรือต่อใบขับขี่ล่วงหน้า สามารถทำได้ โดยการต่อใบขับขี่จาก 2 ปี เป็น 5 ปี สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน หรือ 2 เดือน

ส่วนการต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี เป็น 5 ปี สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน หรือ 3 เดือน

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อใบขับขี่หมดอายุในช่วง cd 19

หลังการแพร่กระจายของ C D 19 กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับขี่ทุกประเภท ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมเป็นต้นไปจนกว่าจะมีการยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน โดยขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีต่างๆ มีดังนี้

ใบขับขี่หมดอายุแล้วทำอย่างไร

สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหมดอายุแล้วไม่เกิน 1 ปี หรือหมดอายุเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป หรือครบอายุในระหว่างช่วง cd 19 ระบาด ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบกงดให้บริการต่อใบอนุญาตให้ถือว่ายังสามารถใช้ขับรถได้อยู่นั่นก็หมายถึง ขยายเวลาใบขับขี่ของทุกคนออกไป แม้จะหมดอายุแล้วแต่ในช่วงนี้สามารถใช้ได้อย่างไม่ผิดกฎหมาย

จะสามารถไปต่อใบขับขี่ได้เมื่อไร

ให้ไปขอต่อใบอนุญาตขับขี่ หรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ภายใน 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน หรือมีประกาศเป็นอย่างอื่นจากทางภาครัฐ

นอกจากงดให้บริการด้านใบอนุญาตขับขี่แล้วกรมการขนส่งทางบกยังประกาศงดให้บริการต่อไปนี้ด้วยได้แก่

งดการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก

งดการออกหน่วยเคลื่อนที่ด้านใบอนุญาตขับขี่ และด้านทะเบียนและภาษีรถณหน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปีที่ห้างสรรพสินค้าแหล่งชุมชนหรือศูนย์บริการร่วม

ต่อใบขับขี่ออนไลน์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 กรมการขนส่งทางบก ได้อำนวยความสะดวกประชาชน ด้วยการเปิดระบบการอบรมต่อใบอนุญาตขับขี่ทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการอบรมผ่านระบบ e-Learning ทางเว็บไซต์ อบรมต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ (www.dlt-elearning.com) ซึ่งมีผู้เข้าอบรมไปแล้วกว่า 40,000 คน และยังสามารถเข้าอบรมทางออนไลน์ได้ด้วยตัวเองตลอด

จากนั้นเมื่อมีการยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน เมื่อไร ก็สามารถนำผลการอบรมมาขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่ได้ที่สำนักงานขนส่ง ภายใน 15 วันทำการ

อย่างไรก็ตาม ผลการผ่านอบรมทางออนไลน์สามารถอยู่ได้ 90 วัน นั่นหมายความว่า หากคุณเข้าอบรมออนไลน์ด้วยตัวเองช่วงนี้ แล้วหากมีการยกเลิก พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ภายใน 90 วันนี้ คุณยังสามารถใช้ผลการอบรมดังกล่าวเข้าต่อใบอนุญาตขับขี่ได้ ภายใน 15 วันทำการ แต่หากอบรมผ่านไปแล้ว แต่ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ยังบังคับใช้นานไปกว่านั้น ก็จะทำให้ผลการอบรมโมฆะไป ซึ่งคุณต้องเข้าอบรมใหม่อีกครั้ง

การอบรมทางออนไลน์ ประกอบด้วย

1.อบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล(รถยนต์, รถยนต์สามล้อ, รถจักรยานยนต์) จำนวน 1 ชั่วโมง

2.อบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถขนส่ง จำนวน 2 ชั่วโมง

3.อบรมต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (รถยนต์สาธารณะ หรือรถแท็กซี่, รถยนต์สามล้อสาธารณะ, รถจักรยานยนต์สาธารณะ) จำนวน 3 ชั่วโมง

หากจะต่อทะเบียนรถ-ภาษีรถ ทำอย่างไร

ขณะที่การให้บริการด้านทะเบียนและภาษีรถ ณ ที่ทำการสำนักงานขนส่ง ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงบริการเลื่อนล้อต่อภาษี (Drive Thru for Tax) อย่างไรก็ดี กรมการขนส่งทางบก แนะนำให้ใช้ช่องทางชำระภาษีรถประจำปีอื่น โดยไม่ต้องมาติดต่อที่สำนักงานขนส่ง ได้แก่ บริการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (https://eservice.dlt.go.th), เคาน์เตอร์เซอร์วิส, แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet mPAY, ที่ทำการไปรษณีย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)

ที่มา:ninegoodtoday.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *